April 23, 2008

ตอนที่ 34

ญาดาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่มีชื่อพิมพ์พญาเสียบอยู่ ความขมขื่นแล่นวูบ มือที่ยกขึ้นเคาะประตูนั้นเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง ..
“คุณดา”..
คุณแม่ของพิมพ์พญาออกมาเปิดประตูและอุทานเบาๆ ก่อนจะกางแขนออกโอบกอดญาดาไว้แนบแน่น
“สวัสดีค่ะน้าอร” ญาดายกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณดา ดีใจเหลือเกินที่เห็นคุณดา”
ผู้หญิงต่างวัยยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกผูกพันธ์ ญาดาทอดสายตาไปที่เตียง มีสายตาของคนๆ หนึ่งมองเธออยู่พร้อมรอยยิ้มอุ่นละไม
“สวัสดีค่ะหมอ” ญาดาเอ่ยทักเมื่อเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าเตียง เธอยิ้มได้เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใส และแววตาที่เต็มไปด้วยประกายสดใส
“สวัสดีค่ะคุณดา”
ญาดามองพิมพ์พญาเต็มตา สีหน้าและท่าทางของพิมพ์พญาไม่ใช่คนป่วย เพียงแต่เธอนอนบนเตียง เหมือนอยากอู้งานซักพัก ญาดายิ้มให้กับความคิดของตนเอง และทอดตามองคนตรงหน้าอย่างอ่อนเอื้อและเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ญาดายื่นมือไปหาช้าๆ พิมพ์พญายิ้มละไมก่อนเอื้อมมือไปจับมือขาวๆ บางๆ นั้นไว้มั่น
คุณพิมพ์พิลักษณ์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ท่านรู้สึกว่า ที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นภาพโรแมนติกที่ยากแก่การบรรยายเป็นตัวอักษรได้ เนื่องจากว่า นี่คือความรักชนิดหนึ่ง ที่ท่านเองไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเองมาก่อน .. ท่านควรปล่อยให้คนสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพัง ดังนั้นจึงค่อยๆ เลี่ยงออกมาจากห้อง
“พักบ้างก็ดีนะคะ”ญาดาบอกเบาๆ
พิมพ์พญายิ้มละไม
“ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยม”
“ไม่ได้มาเยี่ยมค่ะ” ดวงตาของญาดาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาของพิมพ์พญา
“คุณรู้ไหมคะหมอ .. ว่าดาห่วงคุณเหลือเกิน” ญาดาบีบมืออุ่นๆ ของพิมพ์พญาจนแน่น แล้วน้ำตาก็เรื้อ และนาทีนั้นบางสิ่งบางอย่างก็ประจักษ์แจ่มชัดในความรู้สึกของคนสองคน
“หมอคะ”
“คะ?”
ญาดาอยากกอดผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน และเธอก็ก้มลงกอดตามความปรารถนา พิมพ์พญารู้สึกอบอุ่น และได้กลิ่นหอมสดชื่นจากเนื้อตัวอุ่นๆ และนุ่มเนียนของญาดา และเธอถามตัวเองอื้ออึงอยู่ในอกว่า นี่เธอตื่นอยู่หรือกำลังอยู่ในความฝันกันแน่? แต่เธอรับรู้ได้ถึงความอุ่น และได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของตัวเอง และของญาดา
“ให้ดาดูแลคุณนะคะ” ญาดากระซิบพลางสะอื้นแผ่ว
ญาดาไม่อยากเชื่อซักนิดว่าเธอรักพิมพ์พญา เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะรักผู้หญิงด้วยกันได้ แต่พอรู้ตัว .. เธอก็ไม่รู้เลยว่าวันเวลาของเธอและพิมพ์พญาเหลืออยู่อีกเท่าไหร่
“ดารักคุณค่ะ”
และนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงคนนี้เอ่ยปากบอกรักก่อน .. ญาดามีคนรักมาหลายคน ทุกคนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความเพียรในการจะเอาชนะใจเธอ แต่สำหรับคนนี้ ชะตากรรมทำให้เธอยอมจำนน ..
“คุณดา..”
“ดารักคุณ ศรัทธาคุณ” ญาดาสะอื้นน้ำตาไหลเป็นทาง
พิมพ์พญากอดเธอเอาไว้แนบอก รับรู้ถึงความสั่นสะท้านหวั่นไหว
“หมอก็รักคุณ”
ญาดากอดแน่น ร้องไห้สะอื้นเนิ่นนาน พิมพ์พญาได้แต่ลูบหัวเธอเบาๆ .. จนแล้วจนรอด ก็ยังรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน แม้นว่าหัวไหล่เธอจะเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาของสาวสังคมคนนี้ .. และหากเป็นความฝัน พิมพ์พญาก็กลัวเหลือเกินที่เธอจะต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทุกอย่างว่างเปล่า

ญาดามองหน้าคนที่เธอรัก ทั้งที่น้ำตายังเปื้อนเต็มหน้า
“อยู่เพื่อดานะคะคนดี”สีหน้านั้นเว้าวอน
โถ.. พิมพ์พญาครางในอก เธอสัมผัสได้ถึงความรักมากมายที่เอ่อล้นออกมาจากแววตา และกิริยาอาการทั้งหมด และหัวใจเธออบอุ่นเหลือเกินแล้วในเวลานี้
พิมพ์พญายิ้มละไม ดวงตาทั้งคู่เจิดจรัสวับวาว
“อยู่ค่ะ” เธอบอกอย่างแจ่มใส
“คุณไม่รู้หรือคะว่าหมอเป็นนักสู้” หมอยิ้มกริ่มน่ารัก และดูเข้มแข็งจนญาดาพลอยยิ้มตาม
“รู้ค่ะ และดามั่นใจว่าหมอจะชนะ”
พิมพ์พญามองญาดา แล้วนึกถึงภาพสาวชาวกรุงกำลังทำอาหารอยู่ในครัวที่บ้านพักเล็กๆ อาหารของญาดาหน้าตาสวยและรสชาติดี บ้านช่องสะอาดสะอ้าน และอบอวลไปด้วยความรัก
นั่นคือภาพฝันของพิมพ์พญา ความฝันเล็กๆ ที่เคยคิดว่าไม่มีวันที่จะเป็นไปได้ .. เนื่องด้วยผู้หญิงคนนี้ อยู่สูงเกินกว่าคนอย่างเธอจะเอื้อมมือคว้า
แต่แล้ว .. เมื่อแสงเทียนแห่งชีวิตเธอกำลังอ่อนแสง ผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามากอดเธอไว้.. และบอกว่ารักเธอ ..
อา.. ถึงเวลานี้ เธอคิดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ มันก็คุ้มสุดคุ้ม เมื่อเธอได้ยินคำว่ารักจากปากของญาดา และ
ได้กอดกันไว้อย่างนี้ ..เพราะเธอรักผู้หญิงคนนี้อย่างเหลือเกิน..

0 comments: